วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

Copy & Paste


เมื่อเช้าเพิ่งได้ดูการ์ตูนโคนันทางช่อง 9 ไป  เป็นคดีที่เดาทางได้ไม่ยากเท่าไหร่
เพราะว่าฉายแค่ตอนเดียวแล้วก็จบ(ส่วนมากโคนนันจะจบสองตอน)  เป็นการฆาตกรรม
โดยมีแรงจูงใจในการฆ่ามาจากกระเป๋า  ทำนองว่าบริษัทที่ทำกระเป๋าแท้
มีปัญหากับบริษัทที่ทำกระเป๋าปลอม  เพราะทำให้ขายไม่ออก  แล้วก็มีการล็อบบี้หักหลังกัน
จนฆ่ากันตายอะไรทำนองนั้น
.
.
.
ตอนโคนันคิดอะไรออก มันจะมีแสงทิ่มจึก! เข้าที่หัวใช่ไหม
เหมือนกันเลย  เห็นกระเป๋าปลอมเมื่อเช้า  ทำให้ผมคิดอะไรได้บางอย่าง
.
.
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพูดถึงการเลียนแบบหรือการก็อป  แน่นอนคนที่ตกเป็นจำเลยสังคม
ไปเต็มๆ ก็คือคนก็อป  ไม่รู้จักคิดเองบ้างล่ะ  ทั้งโดนด่าว่าผิดศิลธรรม  ขี้ขโมย  ฯลฯ
อย่างที่เห็นเล่นกันหนักหน่อยก็วงการเพลง แม้แต่วงร็อคอันดับหนึ่งของประเทศ
ก็ยังก็อปทำนองเพลงจนเป็นเรื่องเป็นราว  อื้อฉาว  กันให้เห็นมาแล้ว 
ดูท่าพอพูดถึงการก็อปแล้วใครๆ ก็รังเกียจเน๊าะว่าไหม ?
.
.
.
แต่ในความเป็นจริงเราทุกคนต่างก็ทำการก๊อปอยู่ตลอดๆ นะ
ลองนึกภาพของสังคมบ้านเรา ที่มีรถยนต์วิ่งเพียงแค่คันเดียวสิ
ถนนอย่างโล่ง แต่ทุกคนไม่ใช้รถกันเดี๋ยวหาว่าก็อป 
.
หรือลองจินตนาการถึงคนที่ใส่กระโปรง  ใส่กางเกง  ได้แค่คนละทรงสิ  
ห้ามคนอื่นใส่ซ้ำเพราะถือว่าก๊อป  ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น
คนอื่นมันไม่ต้องแก้ผ้า  ห่มใบตองกันเลยหรือไง  แล้วกางเกงขาสั้นโชว์กีบอูดแบบเกาหลี
จะมาถึงไทยได้หรือเปล่า  แบบนี้วงการแฟชั่นนี่อาจจะต้องขุดบ่อบาดาลควานหา
ดีไซเนอร์กันเลยนะ เพราะน่าจะขาดแคลนอยู่อีกเยอะ
.
.
หรือจะเอาเป็นวงการเพลงอย่างตัวอย่างข้างบนก็ได้  ถ้าหากว่าไม่สามารถ
ใช้คำว่า “รัก” ซ้ำกันได้นี่ บอย โกสิยพงศ์  กับ ดี้  นิติพงษ์ จะทำมาหากินอะไร
เพราะคำว่า
ไอเลิฟยู ,  หว่ออ้ายหนี่  , เฌอแตม , ติเอโม , ซารังเฮโย , จิตพาเด , บองสรันโอน ฯลฯ
ไอคำพวกนี้  บี้ สุกฤษฎิ์  ก็ดันยัดมันใส่ไว้ในเพลงๆ เดียวหมดแล้ว  อย่านะอย่าก๊อป
.
.
.
นี่แค่คิดเล่นๆ นะ
เห็นไหมล่ะ  ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ยังไงๆ เราก็ต้องก๊อป
ทั้งที่ก็ด่าเขาไว้ซะมาก ดูถูกเขาไว้ก็เยอะ
.
.
คำถามคือ  ในเมื่อมันน่ารังเกียจแล้วทำไมเรายังทำ?
ใบพัด ภานุมาศ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างน่าสนใจเอาไว้ว่า
เพราะมันคือ การประกันความเสี่ยง  มีคนหลายคนที่ไม่กล้าที่จะทำอะไร
โดยไม่มีแบบให้ดูเป็นตัวอย่าง  กลัวจะพลาด  กลัวจะไม่สำเร็จ 
ก็เลยเอารูปแบบชีวิตของคนที่คิดว่าประสบผลสำเร็จมากาง
แล้ว ก็อป! มันซะเลย  คือ ถ้าทำตามนี้มึงไม่พลาดแน่  ถ้าทำแบบเขายังไงก็ไม่อดตาย
.
.
เราจึงได้เห็น “การเรียนอนุบาล ,  ประถม , มัธยม , กวดวิชา,   มหาลัย , จบปริญา  
 หางาน , ทำงาน ,   แต่งงาน , ซื้อรถ , ซื้อบ้าน”  เป็นแพดเทิร์นแบบนี้
เป็นพิมพ์เขียวที่ทุกคนลอกแล้วสบายใจ  ไม่ต้องเสี่ยง
.
.
.
ผมอ่านดูแล้วก็ค่อนข้างเห็นด้วย แล้วก็เห็นต่าง
ในมุมของผม  ผมว่าที่เราก็อป เพราะ  “มันง่าย”
มันเหมือนกับการเต้นแอโรบิค ที่แค่ขยับตามๆ เขาไปสุขภาพก็แข็งแรง
ไม่ต้องเสียเวลาคิด  สร้างสรรค์อะไรให้ยุ่งยาก
.
.
.
ซึ่งบางทีผมก็เริ่มสับสนกับความคิดตัวเองเหมือนกันนะ
เพราะผมดันลืมไปว่า ไอ้ต้นแบบที่เรายึกๆ ยักๆ ตามนั้นน่ะ
มันกลับด้านกันระหว่างซ้ายกับขวา
จากที่ว่าง่าย มันก็ไม่ได้ง่ายอีกต่อไปแล้ว
.
.
.
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะ ก็อปปี้ ชีวิตให้เป็นไปตามแบบแผนเป๊ะๆ
เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ 
หลายคนมีไอดอลในการใช้ชีวิต อยากมีชีวิตแบบเขา  อยากเป็นเหมือนเขา
แต่ทุกครั้งที่คิดว่าใกล้แล้ว  แม้แค่เงาก็ยังไม่เฉียด
.
.
.
ในวงการวรรณกรรมเคยมีคนคิดที่จะก็อปงานของ เชกสเปียร์ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ
เพราะทุกๆ 3- 4 บรรทัดในการประพันธ์ จะต้องมีคำอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
ในงานของเขาหลุดออกมาเสมอ  เป็นนัยว่างานของเขานั้นมี DNA 
ใครหน้าไหนก็ก็อปไม่ได้  หรือแค่แอบอ้างก็ไม่มีสิทธิ์
.
.
หรือแม้แต่ครูสลา  คุณวุฒิ  นักแต่งเพลงชั้นครูของเมืองไทย ก็เคยคิดที่จะก๊อป
เพลงที่แกชอบเหมือนกัน  แต่เพราะว่ามันแกะยากมาก  ทำยังไงก็ไม่เหมือน
สุดท้ายแกเลยแต่งเองมันซะเลย  กลายเป็นเพลงที่ชื่อว่า “บวกควาย” โดยมี
การใช้ภาษาอีสานอันเป็นเอกลักษณ์  และกลายเป็นเพลงแรกในชีวิตของ
ครูสลา  ในท้ายที่สุด
.
.
“งานยิ่งยาก  ยิ่งน่าภาคภูมิใจ”  ใครสักคนเคยว่าไว้
เป็นนักก็อปก็มีหัวใจ  มันไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ นะครับ
ต้องมุ่งมั่น  ต้องทุ่มเท  ฝึกฝน
ใครที่คิดว่านักก็อปเป็นกันได้ง่ายๆ ลองตอบคำถามของผมดูก่อนนะครับ
.
.
กว่าจะได้เข้ามหาลัยดังๆ (เหมือนเขา)  กวดวิชาไปเท่าไหร่
กว่าจะได้ใบปริญญา (แบบเขา)  หมดที่นาไปกี่เอเคอร์
กว่าจะได้มีงานมั่นคง (แบบลูกชายบ้านข้างๆ )  สอบบรรจุมันกี่หน
รถอีก  บ้านอีก  ลูกน้อยน่ารัก
เมียนมใหญ่ๆ (แบบเจ้าสัว)..
.
.
มองหาทางเป็นตัวเองบ้างก็ดีนะ 
มันอาจจะเสี่ยงแบบที่ใบพัดว่าสักหน่อย
.
.
แต่ไหนๆ ก็ยากพอๆ กัน  ใช้ของแท้ยังไงก็น่าจะดีกว่า  ( รึเปล่า?)
.
.
.
ปล.
บทความนี้ ลอก บางช่วงบางตอนมาจากหนังสือ  “ขอขอบใจในความไม่สะดวก”
พิมพ์ใน Microsoft word แล้ว copy มาวางใน เฟสบุ๊ค
แถมคอมยังลงวินโดว์ ปลอม อีกต่างหาก (~_~; )

(พอจะเป็นตัวของตัวเองก็เป็นซะแบบนี้.....เฮ้อ!)



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น