ความรู้สึกว่าแพ้เกิดขึ้นล่าสุดกันเมื่อไหร่ครับ สำหรับผมมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์
ที่ผ่านมานี่เอง รางวัลเกียรตินิยมวรรณศิลป์ ถูกประกาศผลออกมาแล้วหลังจากเฝ้ารอมาแรมปี
ที่ผ่านมานี่เอง รางวัลเกียรตินิยมวรรณศิลป์ ถูกประกาศผลออกมาแล้วหลังจากเฝ้ารอมาแรมปี
อย่างว่าล่ะครับ
เรื่องสั้น“พาหุรัด”ที่ผมส่งไป ตกรอบสุดท้ายอย่างน่าอนาถ
.
.
.
“อีกแล้ว...แพ้อีกแล้ว” ประโยคที่โคตรจะซ้ำซาก ที่แม้จะเบื่อมันมากแต่ก็พล่ามออกมาทุกที
หลายปีกับเรื่องสั้น 21 เรื่อง ที่ไม่เคยมีคนซื้อ ไม่เคยถูกตีพิมพ์ และไม่เคยมีใครอ่าน
“เศร้าว่ะ
นี่กูเสียเวลาวันละหลายชั่วโมงต่อวันไปกับอะไรวะ?”
.
.
.
ประจวบเหมาะกับเมื่อไม่นานมานี้ กีฬาซีเกมส์เพิ่งจะปิดฉากลง
ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง
ที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น จนต้องตัดสินด้วยภาพถ่าย
การแข่งขันที่ช่องว่างวินาทีระหว่างคนสองคน ห่างกันไม่ถึง 0.01 มิลลิเมตร
เสี้ยวของเวลาเพียงแค่นั้นกลับมากพอที่จะทำให้คนทั้งสนาม แยกแยะออกได้ว่าใครคือผู้แพ้ ผู้ชนะ
และใครควรจะเป็นคนที่พวกเขาปรบมือให้
.
.
.
ทว่านั่นกลับไม่จริงเลยในมุมมองของนักวิ่ง ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬาของสหรัฐเคยทดลอง
จับเวลาของนักวิ่งที่วิ่งในลู่เปล่าๆกับวิ่งแบบมีคู่แข่งดู เมื่อเปรียบเทียบกันผลออกมาปรากฏว่า
การได้วิ่งกับคู่แข่งจะทำเวลาได้เร็วกว่านิดๆ ยิ่งคู่แข่งที่ขนาบข้างวิ่งเร็วเท่าไหร่
ตัวนักกีฬาก็จะทำเวลาได้ดีขึ้น
จับเวลาของนักวิ่งที่วิ่งในลู่เปล่าๆกับวิ่งแบบมีคู่แข่งดู เมื่อเปรียบเทียบกันผลออกมาปรากฏว่า
การได้วิ่งกับคู่แข่งจะทำเวลาได้เร็วกว่านิดๆ ยิ่งคู่แข่งที่ขนาบข้างวิ่งเร็วเท่าไหร่
ตัวนักกีฬาก็จะทำเวลาได้ดีขึ้น
.
.
.
เวลาเราดูถ่ายทอดสดการแข่งขันวิ่ง สังเกตไหมว่าบรรดาผู้ชนะทั้งหลาย
มักจะอยู่ลู่กลางเสมอ (ลู่
สี่ ห้า หก
แถวๆนี้)
ว่ากันว่าเป็นเพราะเวลาที่ทำไว้ในรอบจัดอันดับ
บางคนว่าเป็นเพราะมุมกล้องที่เอื้อในการถ่ายทอดออกโทรทัศน์
แต่สำหรับผม...
ผมว่า...เพราะลู่กลางมันทำให้เห็นคู่ต่อสู้ที่ขนาบข้างได้ชัดเจนที่สุดต่างหาก
.
.
.
ชัยชนะจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนแพ้
ในช่วงท้ายของการแข่งขัน ภาพที่น่าจดจำไม่แพ้พิธีการรับเหรียญ
ก็คือ
ภาพของการจับมือและสวมกอดกันของผู้แพ้และคนชนะ
“สปิริต”
คือนิยามที่ใครต่างก็ใช้เรียกขานสิ่งนั้น
แต่บางทีแชมป์อาจจะใช้มันเพื่อ “ขอบคุณ” ซะมากกว่า
.
.
ที่กล่าวมานั้นคือคุณค่าของผู้แพ้ ทว่า!
.
.
ชีวิตจริงกับซีเกมส์นั้นต่างกันนัก ซีเกมส์เลิกแข่งแล้ว แต่เรายังไม่เลิก
“คอรัปชั่นคือมายากล สังคมสอนให้คนแก่งแย่งแข่งขัน” ท่อนหนึ่ง
จากเนื้อเพลง บัวผัน ของวงคาราบาว
เป็นไปได้ไหมที่เราจะลองหยุดแข่งขันดูบ้าง...
แข่งกับการหานู่นหานี่มาเติมเต็ม ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับ
.
.
.
กีฬาเขาแข่งกัน 12 วันแล้วก็เลิก
จัดอีกทีก็ตั้ง 2 ปีครั้ง
ส่วนเราแม่งแข่งมันทั้งชีวิต!
จัดมันทั้ง 12 เดือน ปีชนปีไม่มีเว้น
ไม่พักเหรอ
ไม่เหนื่อยเหรอ
และที่สำคัญมึงไม่คิดจะหยุดไปฝึกซ้อมให้มันเก่งขึ้นบ้างหรือไง?
.
.
.
ผมมองเห็นตัวเอง
เมื่อตอนตกรอบใหม่ๆ
ผมพยายามเขียนๆๆๆ แล้วก็ส่งๆๆๆ ยิ่งเขียนยิ่งเก่งผมคิดแบบนั้น
แต่ก็ตกรอบมันตลอด...
สิ่งนี้ล่ะที่ซีเกมส์ได้สอนผม พักไปซ้อมบ้าง
2 ปีข้างหน้าค่อยเจอกันใหม่
ไปหาประสบการณ์
เปิดสมองลองผิดลองถูกดูบ้าง
.
.
.
ซึ่งพอถึงตอนนั้น ไม่แน่หากโชคดีผมอาจจะได้สตาร์ทในลู่ตรงกลาง
และต่อให้ขนาบข้างเป็นนักเขียนมืออาชีพ ที่มีหนังสือวางขายมาแล้ว
หลายต่อหลายเล่ม
ผมก็ไม่หวั่น
.
.
.
(คนลู่กลางไม่ค่อยแพ้!)
...
แต่ถ้าหากว่าเสือกแพ้ ยังไงซะตอนพิธีรับเหรียญมันก็ต้องแสดง (สปิริต!)
ให้กับความเก่งขึ้นของผมอยู่ดีล่ะว้าาา!

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น